Shibuya Countdown 2019

เมื่อกินโซบะส่งท้ายปีเพื่อชีวิตยืนยาวแล้ว ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ยังมีธรรมเนียมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ด้วยการไปวัด และศาลเจ้าด้วย เพราะจะมีกิจกรรมตีระฆังส่งท้ายปีเพื่อขับไล่กิเลส ก่อนข้ามสู่ปีใหม่อย่างไฉไล ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมนี้ ขณะที่จำนวนไม่น้อยก็มาสนุกสนาน ณ แยกชิบุยะ (Shibuya Crossing) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะหน้าสถานีรถไฟชิบุยะ (JR Shibuya) จากทางออกฮะจิโกะ (Hachiko)

Tower Records ศูนย์รวมซีดีที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในย่านชิบุยะ เป็นอาคารที่มีหลายชั้นมาก และเจ้าหน้าที่ก็มีความรู้ดีมาก ถามถึงบันทึกการแสดงสดของวงยุค 80s – 90s ก็รู้จักเป็นอย่างดี ราคาโดยรวมถือว่าสูง เพราะเป็นอะไรที่ Classic ไปแล้ว แต่มีมุมลดราคาด้วย ใครอยากฟังเพลงในรูปแบบเดิมๆ ที่นี่จะเก๋มาก สามารถซ่อนตัวอยู่ในนี้ได้ทีละหลายชั่วโมง เพราะ “No music no life” ซึ่งเป็นจริงตามนั้น
เหมือนมาย้อนอดีตอย่างไรไม่รู้ (5555) ร้าน Tsutaya ร้านให้เช่า VDO, DVD เคยมาเปิดสาขาในเมืองไทย สมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีการดาวน์โหลด จะดูหนังที่ออกจากโรงแล้ว ต้องเช่าเท่านั้น แต่ยังคงเปิดตัวยืนหยัดอยู่ในย่านชิบุยะ ย่านเก๋ที่สุดของโตเกียว

แยกชิบุยะมีลักษณะเด่นคือผังเมืองที่เมื่อมองจากมุมสูงแล้วจะเห็นบริเวณ 4 แยกขนาดใหญ่ ที่แต่ละแยกตั้งอยู่เหลื่อมกัน และเชื่อมกันด้วยทางม้าลาย 5 เส้น (เส้นที่ 5 คือเส้นทะแยง) พร้อมภาพผู้คนนับร้อยนับพันเดินข้ามถนนสวนกันหลังเลิกงาน มาเดินที่นี่ทีไร ก็ทำให้คิดถึงตอนมาโตเกียวครั้งแรกเมื่อปี 2013 เพราะนี่คือภาพที่เห็นแล้วตะลึงที่สุด

ผู้คนขวักไขว่ทยอยมาสมทบเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนเย็น

ย้อนไปเมื่อปี 2013 นั้น ที่แยกชิบุยะจะมีจุดถ่ายภาพจากบนสะพานลอยเชื่อมสถานีรถไฟกับอาคารฝั่งตรงข้าม ซึ่งบนสะพานจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว และช่างภาพที่ขนอุปกรณ์มาแบบจัดเต็มเพื่อบันทึกภาพผู้คนเดินข้ามถนนจนกีดขวางการสัญจรขึ้น ในที่สุดจึงต้องติดฟิมล์ทึบที่บริเวณช่องหน้าต่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นจุดถ่ายภาพอีกต่อไป นี่คือผลพวงจากความโด่งดังของแยกชิบุยะ แยกไฟแดงหนึ่งเดียวในโลก และปัจจุบันได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวหลักไปแล้วเรียบร้อย เพราะเพียงได้มาเดินข้ามถนน ถ่ายคลิป ถ่ายรูปไปพร้อมการเคลื่อนไหวของฝูงชน ก็รู้สึกว่ามาได้ถึงเมืองหลวงของญี่ปุ่นแล้ว

แยกชิบุยะจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ยุคใหม่ของมหานครโตเกียว ซึ่งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา ขณะเฉลิมฉลองปีรัชศกใหม่ คือรัชศกเรวะ (Reiwa) ชาวญี่ปุ่นก็ได้ออกมารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันพิเศษนี้ ณ แยกชิบุยะในท่ามกลางสายฝน

ยิ่งมืดลงคนยิ่งแน่นขนัด จนปิดถนนปุ๊บ ผู้คนก็เข้มาจับจองที่ยืนจนเต็มพื้นที่ทางแยกทั้งหมดส่วนการเคาน์ดาวน์จาก 2018 สู่ 2019 บรรยากาศในวันนั้นก็สุดจะคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเย็นมาเลย เป็นความรู้สึกที่ชอบมากๆ อารมณ์ประมาณไปดูคอนเสิร์ตวงโปรดอย่างไรไม่รู้ เพราะผู้คนมากมายมหาศาล จนตำรวจต้องมาช่วยจัดระเบียบการเดินข้ามถนน จึงได้ยินแต่เสียงนกหวีดดังเกือบตลอดเวลาตอนไฟเขียวไฟแดง กระทั่งปิดถนนในช่วงหัวค่ำ และกองกำลังตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมด พร้อมรถพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่มาจองที่ยืนแต่ไกโห่

หน้าร้านล็อกซิทาน ก็ขวักไขว่ด้วยผู้คน

แยกชิบุยะมีคาเฟ่ 2 ร้าน ที่เห็นทิวทัศน์แยกนี้เต็มตา คือร้านกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) และคาเฟ่ล็อกซิทานโดยปิแอร์ แอร์เม่ (L’Occitane Café by Pierre Herme) สำหรับสตาร์บัคส์ชิงปิดบริการก่อนตั้งแต่สองทุ่ม ไม่เช่นนั้นร้านอาจแตก เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องพยายามแทรกตัวเข้ามา ส่วนล็อกซิทานก็คิวยาวจนต้องวัดใจกันเลยทีเดียว แต่รอคิวเพียงหนึ่งชั่วโมงชิลๆ จึงได้ที่นั่งริมหน้าต่าง (ไม่สามารถจอง หรือเลือกที่นั่งได้) ขณะชมวิวอันขวักไขว่เบื้องล่างก็เอร็ดอร่อยกับเซ็ตขนมหวานจากผลงานของเชฟแอร์เม่ (Pierre Herme) ที่กล่าวกันว่าเขามีชื่อเสียงที่สุดในโลก ขนมในเซ็ตรวมเครื่องดื่มราว 3,000 เยน ประกอบด้วยไอศกรีมราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวกับวานิลลารสหวานนุ่ม ซึ่งเข้ากันดีกับครีมบลูเล่ หรือเค้กคัสตาร์ดลนไฟ เค้กทิรามิสุ และเค้กมูสช็อคโกแลต

เซ็ตเมนูที่ขนาดพอดีในราคาที่ดี

เมื่อร้านปิดตอนห้าทุ่มก็ใกล้เวลานับถอยหลังพอดี เบียดเสียดผู้คนจนเข้าไปยืนตรงกึ่งกลางได้ นับเป็นประสบการณ์ที่เหลือเชื่อมาก เพราะเป็น “งาน – ที่ไม่มีการจัดงาน” มีเพียงจอแอลซีดียักษ์ฉายหนังโฆษณาของเหล่าผู้สนับสนุน (ฮา) จนใกล้เวลาสำคัญ โคคาโคล่าเหมาช่วงเวลานี้ไปจนถึง 60 วินาทีสุดท้าย ทุกคนจึงร่วมนับถอยหลังอย่างกึกก้องตามภาพบนจอ เพื่อก้าวสู่วันใหม่ของปี 2019 ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของแยกชิบุยะแห่งนี้ได้ว่ามีพลังมากเพียงใด

โค้กคือสปอนเซอร์หลักในการจัดงาน แต่ความจริงเหมือนไม่ได้จัดงานใดๆ เพียงแต่ใช้พื้นที่ให้ผู้คนมาร่วมกันนับถอยหลังดังๆ ขึ้นสู่วันใหม่ที่สดใสในปี 2019

แยกชิบุยะยังมีอีกหนึ่งสัญลักษณ์ห้ามพลาดคือรูปปั้นน้องหมาฮะจิโกะ (Hachiko) จากทางออกฮะจิโกะ (Hachiko Exit) ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมุงกันแน่นขนัดตลอดเวลาเพื่อรอคิวถ่ายรูปกับน้องหมา จึงเป็นภาพความสุขที่ใครเห็นแล้วต้องหยุดดู แม้ว่าเรื่องราวความเป็นมาของรูปปั้นนี้จะมิอาจกลั้นน้ำตาได้ก็ตาม

เรื่องราวน้องหมาสายพันธุ์อะคิตะญี่ปุ่นที่มารอรับเจ้านายของมันทุกวันเป็นเวลาถึง 10 ปี เท่ากับเวลาที่เจ้านายได้จากมันไป ได้กลายเป็นความประทับใจของผู้คนทั่วโลก แม้วันที่น้องหมาจะจากไปแล้ว แต่ยังมีรูปปั้นมอบความสุขให้ผู้คนในทุกๆ วัน

 

More Information : *แยก Shibuya รถไฟลงสถานี Shibuya ทางออก Hachiko เดินออกมาจะเจอลานกว้าง ซึ่งเป็นจุดนัดพบ รูปปั้นน้องหมา และทางแยกชิบุยะ/ * L’Occitane Café ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ เดินข้ามไฟแดงมาเลย ร้านเปิด 08:30 – 23:00 น.